Blog Page 11

วัดพระธรรมกาย ขุดคูคลออง พร้อมกับถัง 200ลิตร

เมื่อได้มีความเคลื่อนไหววัดพระธรรมกาย ตลอดทุกวันนี้ พ.ต.ต.วรนันท์ ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมกับคณะได้มีการนำสื่อมวลชน เข้าตรวจสอบพื้นที่ โซนดี ด้านนอกของวัดพระธรรมกาย หลังได้มีการนำเอาการศยานไร้คนขับหรือโดรน ขึ้นบิน ที่มีการค้นพบ พื้นที่ดังกล่าว ที่มีการขุดร่องน้ำ และปล่อยน้ำลงไป คล้ายกับยุทธวิธีทางทหารรูปแบบหนึ่ง โดยทางพ.ต.ต.วรนันท์ จึงได้มีการพูดว่า ได้นำหมายค้น เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว หลังจากค้นพบว่ามีการขุดที่มีลักษณะเหมือนคูคลอง ในลักษณะทางขวาง ซึ่งยังไม่ทราบว่า ขุดไว้เพื่อจุดประสงค์ใด และได้มีการนำถึง 200 ลิตร มาติดตั้งไว้ ด้วย และทางเจ้าหน้าที่ก็จะไม่สามารถเข้าไปในวัดพระธรรมกาย เนื่องจากมีสื่อมวลชน และพระสงฆ์ อยู่ในพื้นที่จำนวนมาก และมีการนำผ้าแสล๊น สีเขียวมาทำการล้อมไว้โดยรอบอีกด้วย หลังจากนี้ จะได้มีการนำรายละเอียดมาทำการตรวจสอบ และแจ้งในที่ประชุม เพื่อขอทำการตรวจค้นกันต่อไป ทางพลตำรวจสมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 ได้มีการกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่พบการขุดคันดินและบ่อน้ำ บริเวณทางเข้าอาคารบุญรักษา วัดพระธรรมกาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าที่ดินดังกล่าว มีใครเป็นผู้ครอบครองหรือไม่ เนื่องจากเป็นพื้นที่เอกชนไม่ใช่ทางสาธารณะ โดยเบื้องต้นเราจะต้องดูว่าเป็นของใคร และทางเจ้าของรู้เรื่องหรือไม่ พร้อมกับการตรวจสอบกลุ่มพระสงฆ์ที่ได้เข้าอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นด้วย และนี่ก็ถือได้ว่าเป็นข่าวที่น่าติดตาม และน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้ใคร ๆ ต่างก็ไม่พลาดกับการติดตามกันเลย

เฟี๊ยวมาก! พ่อหนุ่มคนนี้ น้ำหนัก 100 กว่าโล”หลังจากเกณฑ์ได้ใบแดง 3 เดือนแค่นั้นแหละกลายเป็นอีกคนไปแบบนี้เลย”

หลังจากที่หนุ่มคนนี้ได้ออกมาเล่าเรื่องราวก่อนที่ตนเองจะเข้ามารับใช้ชาติว่ามีน้ำหนักถึง 105 กิโลกรัม เวลาผ่านไป 3 เดือน น้ำหนักลดลงเหลือเพียง 68 กิโลกรัม! เพราะเข้ามาฝึกและใช้ชีวิตเป็นทหารเกณฑ์อยู่ในกรมทหาร จึงทำให้เปลี่ยนไปแบบนี้ ที่มา : http://www.thesunz.com/96286

อุทาหรณ์จำไปจนวันตาย!! ลูกร้องทั้งคืนไม่เอะใจ พอเปิดผ้าอ้อมมาแม่แทบช็อก!! เมื่อพบว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก!! อันตรายมาก!!

อุทาหรณ์จำไปจนวันตาย!! ลูกร้องทั้งคืนไม่เอะใจ พอเปิดผ้าอ้อมมาแม่แทบช็อก!! เมื่อพบว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูก!! อันตรายมาก!! เป็นเรื่องราวที่เอาไว้เตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อยแรกคลอดได้เป็นอย่างดี เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ประเทศจีน เมื่อถึงฤดูหนาวชาวจีนมักจะไม่ค่อยอาบน้ำให้เด็กทุกวัน เพราะด้วยกลัวว่าเด็กอาจจะเจอกับน้ำที่เย็นแล้วทำให้ไม่สบายได้ แต่ใครจะไปรู้ว่าเหตุการณ์มันกลับเลวร้ายลงเพราะว่าครอบครัวนี้หนูน้อยเพิ่งจะคลอดมีอายุได้เพียง 10 วันเท่านั้นและก็ต้องสวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปตลอดทั้งวันทั้งคืน แและคุณแม่ก็จะพาหนูน้อยออกไปรับแดดยามเช้าข้างนอกในทุกๆวัน ต่อมาเธอก็เห็นว่าลูกร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดทั้งวันทั้งคืน เธอจึงได้เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกแล้วก็ต้องพบว่าลูกเธอนั้นมีบาดแผลที่ขาเป็นรอยลึก จึงได้รีบพาไปหาหมอ       คุณหมอได้ตรวจและวินิจฉัยแล้วบอกว่าในแผลของลูกเธอนั้นมีสิ่งสกปรกและเต็มไปด้วยคราบดินมีหนองไหลด้วย แผลมีความยาวถึง 5ซม. และลึกถึง 1ซม. สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากผ้าอ้อมบาด เพราะรัดแน่นเนไป เมื่อสอบถามแม่ของเด็กก้ได้บอกว่าเธอเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกในที่มืดเลยไม่ได้สังเกตุเห็นแต่ก็แปลกใจว่าทำไมลูกถึงร้องมาก จากเรื่องนี้เหมอจึงได้แนะนำให้พ่อแม่ระมัดระวังเรื่องผ้าอ้อมหรือของที่จะนำมารัดห่มตัวลูกว่าอย่าให้แน่นจนเกินไปนักและควรหมั่นสังเกตุเวลาที่เด็กน้อยร้องไห้ด้วย ที่มา : blogspot.com

โลกตะลึง!! “เรือขนไวน์” อับปางหายสาบสูญไปนานกว่า” 250 ปี”กลับโผล่ขึ้นเหนือน้ำอีกครั้ง พร้อมเรื่องสุดมหัศจรรย์ แม้แต่นักวิจัยยังอึ้ง!!

โลกตะลึง!! "เรือขนไวน์" อับปางหายสาบสูญไปนานกว่า" 250 ปี"กลับโผล่ขึ้นเหนือน้ำอีกครั้ง พร้อมเรื่องสุดมหัศจรรย์ แม้แต่นักวิจัยยังอึ้ง!! เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกเลย สำหรับเรื่องราวของ “เรือขนสินค้า” ที่มีชื่อว่า “Sally” ซึ่งเป็นเรือที่มีเรื่องราวมากมาย ในยุคนั้น Sally” จะเดินทางรับส่งสินค้านั้นคือ “ไวน์” จากประเทศโปรตุเกสเพื่อไปส่งยังที่ใดไม่มีใคร แต่กลับมาพบอีกทีเรือลำนี้ได้มาอับปางอยู่บริเวณใกล้ชายฝั่งเขตน้ำตื้นของมณฑลเดวอน ของประเทศอังกฤษ ซึ่งสาเหตุที่ทำเรือจมลงน่าจะมาจากคลื่นลมแรงบวกกับคลื่นทะเลสูง จนสุดท้ายก็อับปางลงไปเมื่อ ค.ศ. 1767 แต่ลูกเรือได้รับการช่วยเหลือและปลอดภัยทุกคน พร้อมกับสินค้าที่ถูกนำขึ้นมาได้ ซึ่งทุกคนต้องเห็นเรือของตัวเองจมหายไปต่อหน้าต่อตา เป็นภาพน่าสะเทือนใจมาก แต่ต่อมาให้ ค.ศ. 1940 มีผู้คนได้พบกับ “เรือลำนี้” อีกครั้ง เมื่อมันได้โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำทั้งลำเรือ แต่ไม่มีใครใส่ใจมากเพราะคิดว่าเป็นกลุ่มเรือไวกิ้ง แต่ที่จริงมันคือ “เรือขนสินค้าSally” จนกลุ่มนักวิจัย Historic England ที่อุทิศตัวเพื่อตรวจสอบ โครงเรือไม้เก่า ซึ่งแต่ล่ะชิ้นมีอายุนับร้อยปี จนรู้ความจริงนี้คือซากเรือ “Sally” แต่ในปัจจุบันซากเรืออยู่มานาน ด้วยสภาพที่จมอยู่ในทราย จึงยากต่อการขนย้ายเพราะอาจจะเกิดผลกระทบทางระบบนิเวศชายฝั่ง จึงทำให้ทางอังกฤษเปลี่ยนให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินมาถ่ายรูปซากเรือได้อย่างชัดเจน ถึงแม้เวลาจะผ่านมานาแค่ไหน สภาพเรืองยังเหมือนเดิมเกือบทุกอย่าง น้ำทะเลไม่สามารถกัดกล่อนเรือลำนี้ได้เลย เพียงจมอยู่ในทรายเท่านั้น และช่วงที่จะเห็นเรือได้ชัดที่สุดมีเพียง 1 สัปดาห์ในช่วงน้ำลดเท่านั้น !! ที่มา : cool-za   

จำไปจนตาย!! รถยนต์คันหนึ่งติดไฟแดง “ขวางเส้นรถนำขบวน” เมื่อตำรวจไปใล่ ถึงกับ..!!!!

เหตุนี้เกิดขึ้นเมื่อ 30 กว่าปีก่อน บนถนนใน กทม. มีรถคันหนึ่ง ได้ขับไปบนถนนเส้นนั้นโดยในรถคันดังกล่าว มีเพียงชายผู้หนึ่งที่กำลังขับรถอยู่เพียงคนเดียวและในระหว่างทางที่ขับไปนั้น พระเจ้าอยู่หัว ทรงติดไฟแดง ชายดังกล่าวได้จอดรถแวะข้างทางเพื่อซื้อกาแฟ 1 ถุง และได้ออกรถไปจนกระทั่งขับมาถึงสี่แยกไฟแดงแห่งหนึ่ง ชายดังกล่าวก็ได้จอดติดไฟแดงอยู่ จนมีรถตำรวจคันหนึ่งซึ่งขับนำรถเบนซ์มาได้บีบแตรไล่รถที่ชายผู้นั้นจอดติดไฟแดงอยู่นั้นให้ถอยไป …และรถตำรวจยังได้พูดผ่านไซเรนว่า นี่เป็นรถนำขบวนรัฐมนตรี ให้รถของชายดังกล่าวหลบไป แต่รถของชายผู้นั้นก็ไม่หลบให้ จนกระทั่งตำรวจได้ลงจากรถมาที่รถของชายดังกล่าวและเรียกให้ชายผู้นั้นลงจากรถ พอชายผู้นั้นได้ลงมาจากรถ ตำรวจที่ได้เห็นชายคนนั้นถึงกลับเป็นลมล้มทั้งยืน สร้างความตกใจให้แก่ตำรวจอีกคนที่นั่งอยู่ในรถ จนต้องวิ่งลงมาดูพร้อมกับรัฐมนตรี พอตำรวจและรัฐมนตรีมาถึง ทั้งคู่ได้เห็นชายดังกล่าว ทั้งตำรวจและรัฐมนตรีได้นั่งลงไปกับพื้นทันที เสมือนกับว่าขาทั้งสองข้างได้อ่อนแรงลงไปทันใด …และได้เงยหน้ามองดูชายซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าตนด้วยอาการตัวสั่น ชายคนนั้นที่ทั้งคู่ได้เห็น เป็นชายที่มีรูปอยู่บนธนบัตร คือ ในหลวงองค์ปัจจุบันนั่นเอง ในหลวงได้ตรัสถามรัฐมนตรีและตำรวจติดตามว่า “พวกท่านจะรีบไปไหนหรือถึงกับจะต้องฝ่าไฟแดงข้าพเจ้ายังรอติดไฟแดงได้เลย” รัฐมนตรีไม่ตอบได้แต่นั่งตัวสั่นและกราบลงบนพระบาทและในหลวงก็ได้ทรงขึ้นรถ ตำรวจที่นำขบวนรัฐมนตรีมานั้นก็ได้ทูลว่า “ให้ข้าพระพุทธเจ้าขับรถนำรถพระที่นั่งของพระองค์ไปมั้ยพุทธเจ้าข้า” ในหลวงตรัสว่า “เราไม่ต้องการให้ท่านมานำขบวนรถเราหรอก เราขับไปเองคนเดียวได้ ท่านไปนำรถของท่านรัฐมนตรีเถอะ” และในหลวงก็ได้ทรงขับรถออกไปจากสี่แยกนั้น โดยไม่ได้มีรถตำรวจนำไปแต่อย่างใดเลย“ ข้อคิด ที่ได้จากเรื่องนี้ แม้ทรงเป็นถึงพระมหากษัตริย์ แต่ก็ทรงเคารพระเบียบวินัย และกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เป็นแบบอย่างที่ถูกต้องให้ประชาชนได้ปฎิบัติตาม เพื่อความมีวินัยของจราจรบนท้องถนน   “ทรงพระเจริญ” “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ข้าราชบริพารที่รับใช้เบื้องพระยุคลบาท (ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเหตุการดังกล่าว) ทีมา : tamsabye.com

โง่ตั้งนาน!! 6 วิธีลบรอยจูบ!! ไม่ให้แฟนรู้!! หรือ “รอยจ้ำแดงที่คอ” ให้จางลงอย่างรวดเร็ว!!

เรื่องแบบนี้อย่าคิดว่าไกลตัวนะจ๊ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ก็อาจเคยเจอปัญหาแบบที่ว่ามา ในบางขณะที่ความรักกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม ใครจะไปทันคิดว่า การมอบความรักให้คู่ของคุณอาจรุนแรงจนทิ้งรอยจ้ำแดงไว้แสดงความเป็นเจ้าของให้คนอื่นได้เห็นแบบไม่ได้ตั้งใจซะอย่างงั้น แต่วันนี้เรามีวิธีลบรอยจูบ หรือ รอยจ้ำแดงที่คอ ให้จางลงอย่างรวดเร็ว มาดูวิธีกันค่ะ 1. ใช้ความเย็นประคบ ไม่ว่าจะใช้ Icepack หรือว่าช้อนที่แช่เย็นไว้ก็ได้ นำมาประคบบริเวณที่เป็น รอยจ้ำแดงที่คอ หรือง่ายที่สุดก็เอาน้ำแข็งก้อนห่อด้วยผ้าขนหนูแล้วนำมาประคบก็ได้ ประมาณ 3 นาที  2. ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มๆ ค่อยๆแปรงเบาๆบริเวณที่เป็นจ้ำแดง ย้ำว่าเบาๆนะคะ เพื่อเป็นการบรรเทาเลือดที่คั่งบริเวณนั้นให้จางลง  3. ใช้ยาสีฟันที่มีส่วนผสมของเปปเปอร์มิ้นต์ ทาทิ้งไว้ ความเย็นจะช่วยบรรเทารอยแดงได้  4. หลีกเลี่ยงการใช้มือนวดบริเวณนั้น เพราะอาจทำให้เกิดรอยชัดขึ้น  5. ปล่อยให้บริเวณจ้ำแดงได้ฟื้นตัวด้วยตัวเอง อย่าลืมว่า การเกิดรอยฟกช้ำ หรือรอยจ้ำแดง นับเป็นอาการบาดเจ็บอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้เวลาในการรักษานิดนึงนะคะ (คราวหน้าก็กระซิบคุณแฟนให้เบาๆ นิดนึงแล้วกัน)  6. สุดท้าย สาวๆอย่างเรายังโชคดีที่มี รองพื้นและคอนซีลเลอร์เป็นตัวช่วยอีกทางนะคะ ครั้งหน้าต้องระวังหน่อยนะคะ เพราะการแสดงความรักด้วยการ จูบแบบรุนแรงนั้น อาจทำให้เกิดอันตรายต่อคู่รักของคุณได้ เพราะเคยมีรายงานข่าวว่า มีหญิงสาวเกิดอาการอัมพาตชั่วคราว หลังแพทย์พบว่ามีลิ่มเลือดไปขัดขวางการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมอง ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากรอยจ้ำแดง หรือรอยจูบที่หนุ่มคนรักฝากไว้ให้   ที่มา: siamok.com    

ฮิปเตอร์มั้ยละ กว่าจะได้เเต่ละรูปมาไอสัส ลำบากมั้ยละ

ฮิปเตอร์มั้ยละ กว่าจะได้เเต่ละรูปมาไอสัส ลำบากมั้ยละ